วันอังคารที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2555

Data flow Diagram คืออะไร มีประโยชน์อย่างไร


แผนภาพการไหลของข้อมูล (Data Flow Diagram : DFD)
Data Flow Diagram เป็นเครื่องมือของนักวิเคราะห์ระบบที่ช่วยให้สามารถเข้าใจกระบวนการทำงานของแต่ละหน่วยงาน ซึ่งทราบถึงการรับ / ส่งข้อมูล การประสานงานระหว่างกิจกรรมต่าง ๆ ในการดำเนินงาน ซึ่งเป็นแบบจำลองของระบบ แสดงถึงการไหลของข้อมูลทั้ง INPUT และ OUTPUT ระหว่างระบบกับแหล่งกำเนิดรวมทั้งปลายทางของการส่งข้อมูล ซึ่งอาจเป็นแผนก บุคคล หรือระบบอื่น โดยขึ้นอยู่กับระบบงานและการทำงานประสานงานภายในระบบนั้น นอกจากนี้ยังช่วยให้รู้ถึงความต้องการข้อมูลและข้อบกพร่อง (ปัญหา) ในระบบงานเดิม เพื่อใช้ในการออกแบบการปฏิบัติงานในระบบใหม่
คลิกเพื่อดูรูปใหญ่ 

รูปที่ 1 แสดงตัวอย่างDFD ต่างระดับ 

จากรูปที่ 1 ลูกศรแสดงถึงข้อมูลซึ่งต้องมีชื่อกำกับ ลูกศรนี้จะเคลื่อนที่ผ่านระบบตรงกลาง คือ การสร้างระบบวานใหม่ แสดงถึงการกระทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดกับข้อมูลที่วิ่งเข้ามา และลูกศรที่วิ่งออกจากระบบตรงกลางแสดงถึงผลลัพธ์ที่ได้จากการกระทำบนข้อมูลนั้นๆ แต่จากรูปนี้เราไม่อาจทราบว่าระบบใหม่สร้างขึ้นมาได้อย่างไร เอให้ได้รายละเอียดในการสร้างระบบใหม่ เราก็แตกระบบนี้ลงอีกระดับหนึ่ง ในรูปที่ 1 ส่วนล่างที่แตกออกไปเป็น 3 กิจกรรม มีกิจกรรมอยู่ 3 ขั้นตอนในการสร้างระบบใหม่ การแยกย่อยหน้าที่หนึ่งให้ได้รายละเอียดมากขึ้น ทำให้เราเข้าใจระบบนั้นได้ดีขึ้น และอาจจะแตกกิจกรรมทั้ง 3 กิจกรรมลงให้มีรายละเอียดมากขึ้นอีกก็เป็นได้ จนกว่าจะได้รายละเอียดเหมาะสมตามจุดประสงค์ของเรา วิธีการเขียนนี้ก็เหมือนกันกับการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ซึ่งมีหลาย ๆ โปรแกรมย่อยนั่นเอง ดังนั้นการเขียน DFD ละเอียดเท่าใดก็ทำให้การออกแบบที่ตามมาง่ายขึ้นเท่านั้น


สรุปแล้ว DFD มีประโยชน์โดยตรงกับนักวิเคราะห์ระบบ เพราะช่วยให้นักวิเคราะหสามารถมองและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับการรับส่งข้อมูลของระบบเก่า โดยนำปัญหาต่างๆมาแก้ไขแล้วจัดการปรับเปลี่ยนให้เข้ากับระบบใหม่

รายละเอียดเพิ่มเติม  http://www.bcoms.net/system_analysis/lesson51.asp

ณัฐฐิญา   ราญรอน

วันเสาร์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2555

Steve jobs Stanford commencement speech 2005

เผื่อเพื่อนๆที่ยังไม่ได้ดู แล้วก็เพื่อนๆที่อยากดูอีกนะ

Steve jobs Stanford commencement speech 2005
http://www.youtube.com/watch?v=m5GOIxeOprE


ยิ่งดูก็ยิ่งชอบ ยิ่งคิดอะไรได้เยอะขึ้น
ตอนแรกในห้องเรียนเราเคยบอกว่าเราชอบเรื่องที่2 พอดูอีกครั้งกลับประทับใจเรื่องที่1
ชีวิตเราอาจจะไม่สามารถทำได้อย่างเขา ที่ออกจากมหาวิทยาลัยแล้วไปเรียนในสิ่งที่ชอบ แต่เราก็น่าจะทำควบคู่กันไปได้ ทั้งหน้าที่ ทั้งความชอบ แล้วมันอาจจะเป็นโอกาสสู่อนาคต เป็นอีก "จุด" หนึ่งที่ทำให้ลากเส้นไปสู่ความสำเร็จได้ เป็นอีกหนึ่งแรงบันดาลในที่ดีนะ :')


เพื่อนๆชอบเรื่องไหน มีความคิดยังไงลองแลกเปลี่ยนกันดูนะ :')

วันศุกร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2555

“UML” ภาษาที่ System Analysis ใช้คุยกับ Programmer



จากประสบการณ์การเขียนโปรแกรมในอดีต รูปแบบการทำงานส่วนใหญ่ที่ข้าพเจ้าพบบ่อยและพบกับตัวเองมากที่สุด คือ นักวิเคราะห์ระบบ (System Analysis) มักเป็นคนคนเดียวกับนักพัฒนาระบบหรือโปรแกรมเมอร์ (Programmer) ทำให้การเริ่มพัฒนาระบบมักจะเริ่มด้วยการกระโดดไปนั่งเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ทันที บางครั้งก่อให้เกิดปัญหาภายหลัง เช่น ไม่สามารถพัฒนาต่อเติมความสามารถให้กับระบบภายหลังได้ง่ายดายนัก ซึ่งปัญหานี้เกิดได้ทั้งกับผู้พัฒนาเองหรือผู้ที่มารับช่วงงานพัฒนาต่อ นอกจากนั้นยังเป็นสาเหตุของการใช้งบประมาณจำนวนมากในการพัฒนาและบำรุงรักษาในระยะยาว  การพัฒนาระบบที่จะทำให้ได้ระบบที่มีคุณภาพและสมบูรณ์ที่สุดควรจะเริ่มต้นจากการวางแผน การทำความเข้าใจกับผู้ใช้ระบบ การวิเคราะห์ออกแบบ จนถึงกระบวนการอิมพลีเมนต์ระบบจริง

การพัฒนาซอฟต์แวร์เชิงธุรกิจ โปรแกรมเมอร์จะทำงานประสานกับฝ่ายวิเคราะห์และออกแบบระบบ และฝ่ายทดสอบระบบก่อนส่งมอบให้ผู้ใช้งานจริง ปัจจุบันการพัฒนาซอฟต์แวร์ด้วยหลักการเชิงวัตถุ (Object Orientation) มีหลักการสำคัญ คือ จับต้องได้ (Object), มีการจัดกลุ่มความคิดที่คล้ายกันเป็นหน่วยเดียวกันเพื่ออ้างถึงด้วยชื่อเดียวกัน เข้าใจง่ายๆ ก็คือการรวมโอเปอร์เรชั่นและแอตทริบิวต์เข้าเป็นหน่วยเดียวกัน (Encapsulation), เป็นแม่พิมพ์หรือคลาส (Class) , อินสแทนซ์ (Instance), แอตทริบิวต์ (Attribute), โอเปอร์เรชั่น (Operation) หรือเมธอด (Method), ลายเซ็น (Signature), ข้อความ (Message), อินเทอร์เฟซ (Interface), การสืบทอดคุณสมบัติ (Inheritance), ความสัมพันธ์ระหว่างคลาสหรือออบเจ็กต์ (Relationship), การเปลี่ยนรูป (Polymorphism) หลักการเชิงวัตถุนี้เป็นเทคโนโลยีที่แพร่หลายและมีโปรแกรมภาษาที่สนับสนุนการทำงานด้วยหลักการนี้หลายภาษา เช่น Java, C++, Delphi, Visual Basic เป็นต้น แต่ก็ยังต้องอาศัยการวิเคราะห์และออกแบบด้วยจึงจะได้ซอฟต์แวร์ที่มีความสมบูร์ในทุกๆ ด้าน

UML หรือชื่อเต็ม Unified Modeling Language เริ่มต้นในปี 1994 ในนามของ Unified Method จนเกิดโมเดลสำเร็จและเป็นที่แพร่หลายในปี 1995 โดย Grady Booch, James Rumbaugh และ Ivar Jacobson และถูกพัฒนาต่อมาเรื่อยๆ จากรุ่น 1.1 ในปี 1997 จนปัจจุบันอยู่ที่รุ่น 2.0


สามารถศึกษาข้อดีและองค์ประกอบของUML เพิ่มเติมได้ที่นี่ค่ะ :DD http://www.tistr.or.th/tistrblog/?p=483


นี่ก็เป็นภาษาในการเขียนโปรแกรมอีกภาษาหนึ่งที่อยากให้เพื่อนๆได้รู้จักไว้นะคะ ว่านอกจากจะมีภาษา C++  , JAVA แล้วยังมีภาษา 'UML' อีกด้วย


จันทร์วาริวภา  แจ่มจันทร์ 52040774

การวิเคราะห์



      การวิเคราะห์ระบบในวงจรการพัฒนาระบบนั้น เริ่มต้นจากการศึกษาระบบเดิม แล้วนำข้อมูลที่ได้จากการศึกษามาหาความต้องการ (Requirements)หรือสิ่งที่จะต้องปรับปรุงในระบบ หรืออีกอย่างหนึ่งคือวิธีแก้ปัญหาของระบบ การวิเคราะห์จะเริ่มหลังจากที่ทราบปัญหา และผ่านขั้นตอนการศึกษาความเป็นไปได้แล้ว

      รวบรวมข้อมูล การศึกษาระบบเดิมนั้น นักวิเคราะห์ระบบ เริ่มต้นจากการศึกษาเอกสารต่างๆ เช่น คู่มือต่างๆ หลังจากนั้นเป็นการรวบรวมแบบฟอร์มและรายงานต่างๆ เช่น ในระบบบัญชีเจ้าหนี้จะมีแบบฟอร์มใบบรรจุผลิตภัณฑ์ ใบทวงหนี้ รายงานเพื่อเตรียมเงินสดเป็นต้น นอกจากนั้นจะต้องคอยสังเกตดูการทำงานของผู้ที่เกี่ยวข้องในระบบที่ศึกษา ท้ายที่สุดอาจจะต้องมีการสัมภาษณ์ผู้ที่มีหน้าที่ รับผิดชอบงานที่เกี่ยวข้องในระบบ หรือบางกรณีอาจจะต้องใช้แบบสอบถามมาช่วยเก็บข้อมูลด้วยก็ได้ วิธีการทั้งหมดเรียกว่า เทคนิคการเก็บรวบรวมข้อมูล (Fact Gathering Techniques)

      คำอธิบายข้อมูล (Data Description) เมื่อนักวิเคราะห์ระบบศึกษาระบบมากเข้าจะพบว่า มีข้อมูลมากมายที่ต้องจัดให้เป็นหมวดหมู่ เช่น ข้อมูลของลูกค้าคนหนึ่งจะรวมข้อมูลรายละเอียดอื่นๆ เช่น เลขที่ลูกค้า ชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ การจ่ายเงิน การซื้อสินค้าเป็นต้น ทั้งหมดเป็นเพียงไฟล์เดียวเท่านั้น ในกรณีหลายๆ ไฟล์จะต้องมีวิธีเก็บเพื่อความเป็นระเบียบในการติดตาม นิยามของข้อมูลเครื่องมือที่ช่วยเก็บคำอธิบายข้อมูลก็คือ พจนานุกรมข้อมูล (Data Dictionary)

      คำอธิบายวิธีการ(Procedure Description) กรรมวิธีที่ติดตามการเปลี่ยนแปลงของข้อมูลจะต้องรู้ว่า ข้อมูลผ่านการประมวลผลอย่างไรบ้าง คือทราบว่า "ทำอะไร" บ้างในระบบ และมีวิธีการอย่างไร เช่น การจ่ายเงินเจ้าหนี้ เรามีกฎเกณฑ์หรือวิธีการอย่างไรบ้างในการตัดสินใจว่า จะจ่ายให้ใครก่อนหลัง ซึ่งวิธีการบางอย่างมีรายละเอียดไม่มากนัก เช่น ถ้าลูกค้าสั่งซื้อของเรา เพียงแต่เช็คว่ามีของในสต็อกเพียงพอกับจำนวนที่ลูกค้าสั่งหรือไม่ ซึ่งเราจำได้ทันทีว่าจะต้องทำอะไร แต่กรณีที่วิธีการตัดสินใจมีรายละเอียดเพิ่มมากขึ้นตัวอย่าง เช่น การจ่ายเงินเจ้าหนี้จะมีหลายขั้นตอนได้แก่ จำนวนเงินมากน้อยแค่ไหน ถ้ามากเกินไปต้องรออนุมัติจากผู้บริหาร ถ้าไม่เกินจำนวนกำหนดก็มาเช็คว่ามีส่วนลดหรือไม่ หรือจำนวนวันที่ค้างจ่ายว่านานแค่ไหนเป็นต้น ซึ่งการตัดสินใจมีหลายขั้นตอนและรายละเอียดมากเกินกว่าที่จะจำได้

                                            

สำหรับ นักวิเคราะห์ก็ใช้วิธีเขียนแบบเข้ามาช่วยเหมือนกัน การเขียนแบบเพื่ออธิบายวิธีการต่างๆที่ใช้ในระบบ ช่วยในการติดตามการเปลี่ยนแปลงของข้อมูลเรียกว่า แผนภาพแสดงกระแสข้อมูล (Data Flow Diagram : DFD)


บทบาทของนักวิเคราะห์ระบบ

นักวิเคราะห์ระบบจะเป็นผู้ที่ศึกษาถึงปัญหาและความต้องการของนักธุรกิจ โดยนำเอาปัจจัย 3 ประการ คือ คน ( people )  วิธีการ ( method ) และคอมพิวเตอร์เทคโนโลยี ( computer technology ) ใช้ในการปรับปรุงหรือแก้ปัญหาให้กับนักธุรกิจ


เมื่อได้มีการนำเอาพัฒนาการทางเทคโนโลยีของคอมพิวเตอร์มาใช้ นักวิเคราะห์ระบบจะต้องรับผิดชอบถึงการกำหนดลักษณะของข้อมูล ( data ) ที่จะจัดเก็บเข้าสู่ระบบงานคอมพิวเตอร์ การหมุนเวียน การเปลี่ยนแปลงของข้อมูลและระยะเวลาเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ใช้หรือธุรกิจ ( business users )


นักวิเคราะห์ระบบไม่ได้เพียงวิเคราะห์หรือดีไซน์ระบบงานเท่านั้น หากแต่ยังขายบริการทางด้านระบบงานข้อมูล โดยนำเอาประโยชน์จากเทคโนโลยีล่าสุดมาใช้ควบคู่กันไปด้วย

จากบทบาทของนักวิเคราะห์ระบบที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ทำให้นักวิเคราะห์ระบบจะต้องมีความรู้ทั้งทางภาคธุรกิจหรือการดำเนินงาน ในหน่วยงานต่างๆ และคอมพิวเตอร์ควบคู่กัน นักวิเคราะห์ระบบโดยส่วนใหญ่สามารถที่จะดีไซน์ระบบงานและเขียนโปรแกรมขึ้นได้ด้วยตัวเอง ส่วนนี้เองกลับทำให้บุคคลภายนอกเกิดความสับสนระหว่างโปรแกรมเมอร์กับนักวิเคราะห์ระบบ 

รายละเอียดเพิ่มเติม http://www.bcoms.net/system_analysis/index.asp

วันพุธที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2555

SDLC วงจรสำคัญสำหรับนักพัฒนาระบบ

 วงจรการพัฒนาระบบ SDLC  หรือ System Developement life cycle

คงคุ้นเคยกันดีสำหรับวงจรการพัฒนาระบบ SDLC ถือเป็นขั้นตอนที่สำคัญในการเริ่มต้นพัฒนาระบบทุกระบบ

เนื่องจากเป็นกระบวนการพัฒนาที่สำคัญเพื่อแก้ปัญหาทางธุรกิจและตอบสนองความต้องการในการใช้ระบบ

โดยแบ่งกระบวนการออกเป็นกลุ่มงานหลักๆ ดังนี้

- ด้านการวางแผน
- ด้านการออกแบบ
- ด้านการวิเคราะห์
- ด้านการสร้างและพัฒนา

โดยในแต่ละกลุ่มงานจะทำงานเชื่อมต่อกันเป็นวงล้อไปเรื่องๆ เพื่อพัฒนาระบบให้สมบูรณ์ที่สุด

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่  http://kif-memory.blogspot.com/2011/01/blog-post.html

***สิ่งสำคัญในการพัฒนาระบบ คือ การพัฒนาและออกแบบให้ตรงความต้องการในการใช้งานมากที่สุด ทั้งด้านเทคนิคและผู้ใช้ ระบบนั้นถึงจะประสบความสำเร็จ


วันอังคารที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2555

JOOMLA

joomla คืออะไร คำถามนี้มักจะอยู่ในใจของทุกคน ในขณะที่คุณได้ยินคำว่า "joomla" เป็นครั้งแรก เพราะชื่อที่ฟังแล้วแปลกหู เป็นชื่อที่ไม่คุ้นเคย แต่ถ้าหากเป็นคนที่อยู่ในวงการ Internet และ Website แล้วหละก็ ผมเชื่อแน่ว่า เป็นชื่อที่ได้ยินแล้วรู้สึกโปรดปรานเป็นอย่างยิ่ง ก่อนอื่นผมขอเกริ่นนำเกี่ยวกับการสร้างเว็บไซต์ให้พอเข้าใจกันก่อน เพื่อเป็นพื้นฐานสำหรับการทำความเข้าใจต่อไป


การสร้างเว็บไซต์จากอดีตจนถึงปัจจุบัน มีวิวัฒนาการที่เปลี่ยนแปลงไปในทุก ๆ วัน เริ่มจากการใช้ภาษาในการเขียนเว็บไม่กี่ภาษา มาเป็นใช้ภาษาหลาย ๆ ภาษาร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นภาษา HTML, DHTML, PHP, ASP ฯลฯ นอกจากนี้หากต้องการให้เว็บไซต์ของเรามีความสวยงามก็จะต้องมีความรู้ทางด้านกราฟฟิกส์อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นการตัดต่อ ย่อ ขยาย รูปภาพ สร้างภาพที่เป็น GIF Animation หรือจะให้ดูนุ่มนวลก็จะต้องมีความรู้เกี่ยวกับการสร้าง Flash ด้วยความหลายกหลายที่จำเป็นจำต้องมีในเว็บไซต์นั้น การที่จะสร้างเว็บส่วนตัว หรือองค์กรให้สวยงามและมีประสิทธิภาพ ด้วยคนเพียงคนเดียวนั้นอาจต้องใช้เวลานานมาก ด้วยเหตุนี้ปัจจุบันจึงมีกลุ่มคนที่รวมตัวกัน และร่วมกันพัฒนา ต้องขอใช้คำว่า "เว็บไซต์กึ่งสำเร็จรูป" ขึ้นมา เพื่อเป็นการลดภาระการทำงานหลาย ๆ ด้าน ให้มีความง่าย และสะดวกมากยิ่งขึ้น โดยให้ความหมายกับสิ่งที่พวกเขาได้พัฒนาขึ้นว่า CMS


สามารถดูบทความเพิ่มเติมได้ที่
http://www.ninetechno.com/a/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99-Joomla1-5/54-Joomla.html
by ปรเมษฐ ศรีศุภโชคชัย (ปอ)

ความสำคัญของผู้ใช้ระบบที่มีต่อนักวิเคราะห์ระบบ


นักวิเคราะห์ระบบเป็นผู้ที่จะนำเทคโนโลยีของคอมพิวเตอร์มาใช้ ในการพัฒนาออกแบบระบบงานข้อมูลเพื่อช่วยแก้ปัญหาให้กับงานในหน่วยงานต่างๆ ดังนั้นเพื่อที่จะทำให้ระบบนั้นได้นำไปใช้ได้ ก็ต้องขึ้นกับผู้ใช้ด้วย

ความสำคัญของผู้ใช้ระบบที่มีต่อนักวิเคราะห์ระบบ

          นักวิเคราะห์ระบบจะต้องคำนึงถึงความต้องการ ( NEEDS) ของผู้ใช้ระบบเป็นสำคัญ โดยต้องยึดหลักเกณฑ์ของการวิเคราะห์และพัฒนาระบบงาน

          มีนักวิเคราะห์ระบบมากมายที่ได้ดีไซน์ระบบมา โดยลืมจุดสำคัญของผู้ใช้ระบบ ทำให้ระบบที่ได้ดีไซต์ไว้ไม่ได้ตอบสนองกับความต้องการของผู้ใช้ระบบ และในที่สุดก็ยังผลให้ระบบที่ได้วางไว้นั้นไม่สามารถนำมาใช้ได้จริง ซึ่งทำให้ต้องเสียทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายในการพัฒนาระบบอย่างมาก

          การที่ระบบงานนั้นไม่ได้ตอบสนองกับความต้องการผู้ใช้ระบบ สาเหตุหนึ่งอาจจะมาจากนักวิเคราะห์ระบบ แม้ว่าจะไม่ลืมความสำคัญของผู้ใช้ระบบ แต่ลืมที่จะครอบคลุมถึงความเห็นของผู้ใช้ระบบ ทุกคนที่เกี่ยวข้องก็จะทำให้ระบบงานที่ตนได้ดีไซน์ไว้ไม่สามารถตอบสนองต่อความต้องการทั้งหมด เช่น ระบบงานข้อมูลทางการตลาด อาจมีผู้ใช้ระบบตั้งแต่พนักงานรับใบสั่งซื้อ ไปจนถึงระดับผู้บริหารต้องการของทุกคนที่เกี่ยวข้องกับระบบ มิใช่จะเอาใจเฉพาะผู้บริหาร

          ระบบงานข้อมูลที่นักวิเคราะห์ระบบวางดีไซน์ขึ้น จะมีคุณค่าเท่าใดนั้น มิใช่นักวิเคราะห์ระบบเองจะเป็นคนตัดสิน เพราะนักวิเคราะห์ระบบเป็นเพียงผู้สร้างมัน แต่ผู้ใช้ระบบต่างหากเป็นผู้ที่รู้ถึงหลักการที่ว่าระบบงานนั้นได้ตอบสนองความต้องการของพวกเขาได้มากน้อยเพียงใด

คุณสมบัติของนักวิเคราะห์ระบบสมัยใหม่ เพิ่มเติมคะ http://classroom.hu.ac.th/courseware/SA/chapter1/ch1_5.html

by ศิรินา รอดช้าง (นา)

วันอาทิตย์ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ข้อตกลงในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้

1. ขอให้นักศึกษาทุกท่าน เขียนบทความอย่างน้อย หนึ่งบทความ ต่อสองสัปดาห์ ที่มีความเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกับรายวิชา
2. แสดงความคิดเห็นต่อบทความของเพื่อน อย่างน้อย 2 ความคิดเห็นต่อสองสัปดาห์
3. เรียนรู้ แลกเปลี่ยน แสดงความคิดเห็นแบบกัลยาณมิตร
4. ลงชื่อท้ายบทความของตนเองด้วย ทุกครั้ง
ขอให้เปิดใจใสใส ในการเรียนรู้นะคะ ยินดีต้อนรับสู่การเรียนรู้อีกครั้งคะ
อาจารย์จงดี

ยินดีต้อนรับสู่การเรียนรู้

สวัสดีนักศึกษา KMITL ทุกท่าน
ขอต้อนรับสู่การเรียนรู้ เรื่อง การวิเคราะห์และการออกแบบระบบสำหรับธุรกิจ ขอเปิด พื้นที่ในการเรียนรู้ นี้เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ แสดงความคิดเห็น ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับรายวิชา การวิเคราะห์และการออกแบบระบบสำหรับธุรกิจ ขอให้ทุกคนน้อมนำรายวิชา เพื่อเรียนรู้ อย่างเกิดประโยชน์สูงสุด
อาจารย์ ดร. จงดี โตอิ้ม